หลังจากห่างหายจากการปล่อยรกร้างบลอคนี้ไว้เป็นเวลาเกือบสองปี ก็ได้ฤกษ์กลับมาเล่นใหม่อีกครั้ง หลังจากที่มีงานที่ดูมีหน้าตามีตาที่พอจะให้คนอื่นดูได้เกิดขึ้น ก็ถือโอกาสเอามาเล่าไว้ในนี้เลยก็แล้วกันนะครับ
"บ้าน2 ชั้น"== Water of Serenity
งานนี้เป็นงานที่เหมือนการปฏิวัติตัวเอง ด้วยการที่ได้อยู่กลุ่มของอ.อมตะ หลูไพบูลย์ ที่ได้รางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นจากโรงแรมศิลา เอวาซอนเมื่อปี 2549 ทำให้มีโอกาสได้ลองทำอะไรที่แปลกแตกต่าง อาจารย์ค่อนข้างจะเน้นคอนเซปต์และผลักดันพวกเราค่อนข้างมาก ผลของการจัดอาคาร ก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็นในรูปข้างบนครับ ถือว่าเป็นงานที่ชอบที่สุดตั้งแต่ได้ทำโปรเจกต์มา(ได้ข่าวว่าเพิ่งทำไปแค่สองชิ้น - -'')
แต่ก่อนหน้าที่จะมาเป็นงานนี้ได้ เราก็ย้อนกลับไปครั้งแรกๆกันก่อนดีกว่า
นี่เป็นกองโมเดลแบบร่างที่ทำส่งในระยะเวลาของงานนี้ ไม่เคยทำโมเดลเยอะขนาดนี้มาก่อน พอจบแล้วมันก็กลายเป็นกองซากอยู่บนโต๊ะทำงาน จะเห็นว่ามีการพัฒนาแบบขึ้นมาค่อนข้างที่จะหลากหลายในเรื่องของหลังคาและช่องเปิด แต่การจัดวางหลักๆก็เป็นตัวแอลอยู่เหมือนเดิม
อันนี้เป็นโมเดลอันสุดท้ายที่ทำแล้วอาจารย์ให้ผ่าน ด้วยการที่อาจารย์ค่อนข้างจะชอบสถาปัตยกรรมโมเดิร์น ทำให้ผมต้องปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาอาคารอยู่ถึงสี่ครั้ง โมเดลนี้ส่งตอนครั้งเกือบสุดท้ายก็ได้รูปร่างหน้าตาอาคารออกมาเป็นแบบนี้ ด้วยการยื่นคานยื่นผนังยื่นหลังคาแฟลต ทำออกมาเป็นกรอบเหมือนหน้ากากของอาคาร ทำให้ดูทันสมัยขึ้น ตรงส่วนของหน้ากากที่ยื่นออกมาก็จะมีอีกlayerหนึ่ง เป็นบานเฟี้ยมไม้ที่พอปิดแล้วจะเรียบทันสมัย(จะเห็นได้ในรูปโมเดลถัดๆไป) อาคารด้านทางซ้ายเป็นอาคารหลัก เป็นส่วนของห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ชั้นสองเป็นห้องนอนและห้องน้ำของพ่อแม่ ส่วนอาคารทางด้านขวาจะยาวกว่า ประกอบด้วยห้องสอนเปียโนของลูกสาว ห้องน้ำแขก ห้องนั่งเล่น ส่วนชั้นบนจะเป็นห้องนอนของลูกชายและลูกสาว
คอนเซปต์หลักๆของงานนี้คือความสงบ โดยมีการนำน้ำมาช่วย ผมจึงได้เปิดพื้นที่โล่งไว้กลางบ้านด้วยการบีบบริเวณส่วนบริการและส่วนทางเข้า เพื่อให้มีพื้นที่ใส่บ่อน้ำขนาดใหญ่ และมีต้นไม้กลางน้ำเพื่อเป็นจุดรวมสายตา
อันนี้เป็นโมเดลแบบจริง สังเกตว่าหลังคาหลักๆจะใช้จั่วตามหลักของสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้นเพื่อเป็นการระบายน้ำฝนลงจากหลังคาไม่ให้รั่วซึมเข้าสู่บ้าน
อาคารทางด้านขวาสุดที่มีหลังคาแบนนั้นเป็นส่วนของห้องพระที่แยกออกมาไว้สุดปลายของสระน้ำ สาเหตุก็เพราะต้องการแยกออกจากเรือนใหญ่จะได้ไม่โดนรบกวนด้วยห้องนั่งเล่นและห้องสอนเปียโน เป็นส่วนที่สงบที่สุดในบ้าน ในส่วนของอาคารหลักก็จะเห็นได้ว่ามีทั้งบานเฟี้ยมที่เปิดอยู่และที่ปิดอยู่ เนื่องจากจะได้เห็นในอารมณ์ที่ต่างๆกัน(จริงๆแล้วปิดไว้เพราะรูปด้านด้านในมันไม่ค่อยสวย หะๆ)
อันนี้ซูมให้เห็นใกล้ขึ้นอีกนิดนึง จะสังเกตเห็นว่าข้างในมีเฟอร์นิเจอร์ด้วย อันนี้เป็นความสนุกส่วนตัว เพราะมันทำให้โมเดลมีบรรยากาศจริงๆขึ้นมามากอยู่ อีกอย่าง ประตูหลายๆบานที่เห็นนั้นผมก็สนุกอีก โดยทำให้มันเลื่อนได้จริง เหอะๆ ทำเสร็จก็มัวแต่นั่งเลื่อนประตูเล่นด้วยความชิว อ้อลืมบอกไปว่าคอร์ทกลางบ้านที่เป็นน้ำนี่ ใช้กระดาษทรายน้ำ(กระดาษทรายสีดำ) แล้วทับด้วยแผ่นอครีลิคใส จะทำให้ได้น้ำที่สะท้อนชัดเจนมาก
อันนี้เป็นมุมมองจากแถวๆห้องรับแขก มองเข้าไปในบ้าน ส่วนห้องที่มีประตูทางซ้ายนั้นเป็นห้องนั่งเล่นของครอบครัว ทางด้านขวานั้นเป็นห้องพระ มีกำแพงยื่นออกมาบังสายตา เหมือนว่าน้ำจะจบแค่ด้านนอก แต่จริงๆก็เชื่อมผ่านใต้กำแพงเข้าไปจนถึงด้านในด้วย
ตอนถ่ายนี่ใช้ไฟนีออนเปิดพร้อมกับไฟดาวน์ไลท์(หลอดที่สามารถปรับความสว่างได้) ตอนแรกก็ไม่ได้รู้อะไรหรอก แต่บังเอิญพอถ่ายออกมา สวยซะงั้น เหมือนมีไฟจริงๆเปิดออกมาจากในบ้านเลย
รูปบนนี้ถ่ายจากด้านหลังห้องพระ มีหินสี่เหลี่ยมเป็นทางเดินผ่านน้ำ เหมือนคล้ายๆจะจงกรม เป็นการค่อยๆสร้างความสงบในขณะเดินก่อนจะไปสงบที่สุดภายในห้องพระ
ตรงนี้เป็นส่วนของด้านทางเข้าที่บีบให้แคบ ตึกหลังคาแบนทางซ้ายเป็นส่วนบริการ ทางด้านขวาเป็นเรือนหลัก พอทางที่ถูกบีบให้แคบโดยมีผนังทึบสีขาวทั้งสองข้าง จะทำให้ได้แสงตกกระทบที่ชัดเจน (อาจารย์บอกว่าเหมือน ando tadao effect เลย คือให้แสงไล้ลงมาตามผนัง) เพื่อให้มีอะไรนำสายตามากขึ้น ผมก็เลยใส่ระแนงไม้เข้าไป ทำให้ได้แสงตกกระทบระแนงลงมาที่ผนังและพื้นเป็นจังหวะๆที่สวยงาม พอเดินเข้ามา ทางด้านซ้ายจะเป็นบ่อน้ำที่โรยก้อนกรวดสีขาว ทางด้านขวาเป็นประตูทางเข้าไปห้องรับแขก
อันนี้เป็นผังอาคารที่ทำส่งไป ใช้การแรเงาและสานเส้นด้วยปากกาครับ
โหลองกลับไปอ่านดู ยาวมากเลย ยังไงก็ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาดูงานของผมนะครับ ถ้ามีข้อคิดเห็นอย่างไรก็คอมเมนต์ไว้ได้เลยนะครับ
ปล.แต่งานนี้ยังไม่ได้คืนเลยครับ อาจารย์นัดคืนสัปดาห์หน้า ไว้ถ้าได้เกรดอะไรจะมาบอกนะครับ ^^
edit @ 2007/07/31 00:59:24
edit @ 2007/09/04 21:45:58